• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
ตราสัญลักษณ์
เทศบาลตำบลท่าโรงช้าง
แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 1 ตำบล จำนวน 5 หมู่บ้าน และมีจำนวนประชากร ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร (คน)
ชาย หญิง รวม
1 บ้านทุ่งเซียด 507 568 542 1,110
2 บ้านหาดผก 403 372 374 746
3 บ้านท่าโรงช้าง 1,819 976 1,026 2,002
4 บ้านหัวไทร 507 398 429 827
5 บ้านควนไทร 783 537 579 1,116
รวม 4,019 2,851 2,950 5,801

ที่มา : สำนักงานทะเบียนราษฎร ที่ว่าการอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2568
    เทศบาลตำบลท่าโรงช้าง เดิมเป็นอำเภอท่าโรงช้าง ยุบรวมเป็นอำเภอท่าข้ามเมื่อปี พ.ศ. 2473 และเปลี่ยนชื่อ เป็นอำเภอพุนพิน ในปี พ.ศ.2481 สภาพชุมชนตำบลท่าโรงช้างดั้งเดิม เป็นชุมชนริมแม่น้ำ คมนาคมทางเรือ อาชีพของประชาชนทำนา ทำไม้ซุง ทำสวนผลไม้ ค้าขาย คล้องช้าง ผู้ที่มีช้างหลายเชือกแสดงออกถึง ผู้มีฐานะทางสังคม บริเวณที่ตั้งที่ว่าการอำเภอท่าโรงช้าง โรงพักตำรวจ และวัดท่าโรงช้าง ซึ่งปัจจุบันเป็นวัดร้างตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 3 และ 4 ในปัจจุบัน มีโรงฝึกช้างและท่าลงช้างสำหรับอาบน้ำ และชักลากไม้ซุงลงแม่น้ำพุมดวงเพื่อนำไปขาย สันนิษฐานว่าคำว่าท่าโรงช้าง จะเพี้ยนมาจากคำว่า "ท่าลงช้าง" ก็ได้ไม่มีหลักฐานแน่ชัด เรื่องเล่าประวัติตำบลท่าโรงช้าง บุคคลที่สำคัญที่ผู้คนกล่าวถึง คือ นายอำเภอ เคลื่อน มณีนิล และขุนช้าง ชื่อเดิม ชื่น บุญชิต สำหรับวัดท่าโรงช้าง มีบันทึกว่า พื้นที่วัดถูกน้ำกัดเซาะ จนเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ชาวบ้านจึงนิมนต์หลวงพ่อลอย จากวัดท่าโรงช้าง มาเป็นเจ้าอาวาส วัดตะเคียนทอง และรื้อวัด ท่าโรงช้าง นำไม้บางส่วน ไปสร้างวัดตะเคียนทอง และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดนาคาวาส ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านหัวไทร ในปัจจุบัน ในสมัยก่อน ท่านขุนท่าโรงช้าง หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า กำนัน ซึ่งท่านขุนท่าโรงช้าง คนแรกชื่อ นายชื่น บุญชิต นายอำเภอท่าโรงช้าง ที่มีผู้คนกล่าวถึงจนปัจจุบัน คือ นายอำเภอเคลื่อน มณีนิล นายอำเภอพัฒน์ สุทธิกิจ และนายอำเภอ ขุนรองเมือง ซึ่งเป็นนายอำเภอคนสุดท้ายของตำบลท่าโรงช้าง ก่อนที่จะถูกยุบรวม โรงเรียนในสมัยก่อน จะมีเพียงโรงเรียนเดียวเท่านั้น ชื่อโรงเรียนชูเวชวิทยา เป็นโรงเรียนเอกชน เจ้าของโรงเรียนคือ นายพันชู วงศ์สุบรรณ ก่อนปี พ.ศ. 2446 ท่าโรงช้าง อยู่ในการปกครองของมณฑลคีรีรัฐ ปี พ.ศ. 2446 ในสมัยรัฐกาลที่ 5 ถูกยกฐานะเป็นอำเภอ ประกอบด้วยตำบลบางมะเดื่อ ตำบลบางเดือน ตำบลกรูด ตำบลถ้ำสิงขร และตำบลย่านยาว โดยมีนายอำเภอ 7 ท่าน เรื่องตามลำดับ ดังนี้ 1. ขุนรองเมือง บำรุงราษฎร์ 2. ขุนศิษย์อัตถากร 3. ขุนภักดี 4. ขุนนุการสหกิจ 5. นายพัฒน์ 6. นายแปลก 7. นายเคลื่อน

    เรื่องเล่าประวัติตำบลท่าโรงช้าง ตำนานแม่ยายบางบาล เล่าว่า เมื่อปลายกรุงศรีฯ พม่าตีกรุงศรีฯ จนแตก แม่ทัพ นายกอง ต่างส้องสุมกำลังคน แยกเป็นก๊ก เป็นเหล่า หลายชุมชน หนึ่งในนั้น มีนายทหารขุนพลฝีมือเยี่ยมทางเวทย์มนต์ คาถาอาคม มาพำนักอยู่ที่บริเวณที่ราบสูงของบ้านท่าข้าม อำเภอพุนพิน (ควนท่าข้าม) พลทหารหาเสบียง มาตั้งหลักบนเนินสูง ด้านล่างมีการทำนาข้าว ชื่อ นายศรี สงคราม เมื่อมาอยู่ที่ท่าข้ามได้จัดสร้างของขลัง เป็นพระดินเผา โดยเฉพาะยอดขุนพล เพื่อแจกจ่ายบำรุงขวัญในยามศึก พระยาคนนี้มีวิชาอาคม กลายร่างเป็นเสือเมื่ออยู่บนบก กลายเป็นจระเข้เมื่ออยู่ในน้ำ ได้กลายร่างลงสู่แม่น้ำตาปี อาศัยอยู่บริเวณถ้ำใต้น้ำ (พญาท่าข้าม) ข้างทางรถไฟในปัจจุบัน ถ้ำนี้ยาวเป็นสิบกิโลเมตร มีคนเอามะพร้าวทางสีแดง โยนเข้าปากถ้ำ ไปออกที่บ้านเกาะ เหนอ เขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ขณะที่อยู่บ้านท่าข้าม มีภรรยาชื่อ แม่ยายถิน อยู่ถนนตาปีเจริญ ชาวบ้านเรียกว่า “หลาแม่ยาย” เป็นที่เคารพเหมือนกัน ก่อนหน้านี้พญาท่าข้ามมีภรรยาเป็นสนมเอกในกรุงศรีฯ มาแล้วคนหนึ่ง แต่ได้มาพบรักกับหญิงงามอีกคน คือ แม่ยายเกาะเหนอ จากนั้นพญาท่าข้าม ได้ท่องไปตามคลองต่างๆ พักพิงไหนก็ได้ผู้หญิงถิ่นที่นั่น เป็นภรรยาเสมอ “แม่ยายบางบาล” ก็เป็นหญิงงามอีกคนที่ได้เป็นภรรยาของพญาท่าข้าม อยู่ที่ตำบลท่าโรงช้าง ต่อมามีภรรยา ชื่อ แม่ยายบ้านนา และเดินทางต่อ ไปอำเภอพระแสง ได้พบหญิงงามเนื้อสีทอง ชาวบ้านเรียกว่า “ศรีวรรณทอง” ซึ่งเป็นคู่ของ พญายอดน้ำ เป็นพญางู จึงเกิดการสู้รบกับพญาท่าข้าม จนเลือดแดงฉานไปทั้งคุ้งน้ำตาปี ตำนานแห่งจระเข้ เมืองพุนพินทุกปี เมื่อถึงเดือน 6 จะมีพิธีเซ่นไหว้ในตอนเย็น ต่อมาได้มีการเข้าทรงบอกว่า การเซ่นไหว้นั้นผิดวิธี ให้ทำในตอนเช้าของวันพฤหัสบดีแรกของเดือน 4 ในทุกๆ ปี
วิสัยทัศน์

“เป็นตำบลน่าอยู่ ชุมชนเข้มแข็ง แหล่งเศรษฐกิจดี มีการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน”

พันธกิจ

(1) การคมนาคมมีความสะดวก โครงสร้างพื้นฐานมั่นคง
(2) ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการเพียงพอและทั่วถึง
(3) เศรษฐกิจของชุมชนเข้มแข็งยั่งยืน ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ และปัญหาความยากจนลดลง
(4) ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิต
(5) เพิ่มพูนการเรียนรู้ของชุมชน ธำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น
(6) ประชาชนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น
(7) เทศบาลตำบล สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด
(8) ทรัพยากรธรรมชาติคงอยู่ และสิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษ
(9) ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น
(10) มีทรัพยากรน้ำใช้เพื่อการเกษตรกรรมที่เพียงพอ ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ลดผลกระทบจากน้ำท่วมและฝนแล้ง

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

1. ยุทธศาสตร์การสรรหา คัดเลือก และพัฒนาบุคลากรให้มีปีกความสามารถสูง สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ
2. ยุทธศาสตร์การระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริหารงานต่างๆ ขององคืกรให้เอื้อต่อการปฏิบัติภารกิจไปสู่ความเป็นเลิศ
4. ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือขององค์กรทั้งภายในและภายนอก
5. ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างแบรนด์ (Brand) ขององค์กร
6. ยุทธศาสตร์การรักษาความเป็นเลิศการบริการทีี่มีความโดดเด่นและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม
7. ยุทธศาสตร์กับการเสริมสร้างบทบาทและความรับผิดชอบต่อสังคม
8. ยุทธศาสตร์การพัฒนาความแข็งแรงของทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรให้มีความรู้อย่างต่อเนื่อง